2538: จุดเริ่มต้นขององค์กร บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน) ( IRP ) เดิมชื่อว่า บริษัท อินโดเพ็ท (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้น โดยได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI ) ให้เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET โพลีเมอร์ โดยได้เปิดดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนพฤศจิกายน
2539: ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่สดใส บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด ( มหาชน) และบริษัท เสริมสุข จำกัด( มหาชน) (ผู้ผลิตเคริ่องดื่มเป๊ปซี่ ประเทศไทย) ได้เข้าร่วมทุนก่อตั้ง บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด โดยมีวัตุประสงค์ในการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวด และฝาขวดพลาสติก โดยบริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด ( มหาชน) ได้เข้าถือหุ้นในบริษัทใหม่ในอัตราร้อยละ 51
2541: การเริ่มต้นของความสำเร็จ บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด เริ่มต้นการผลิตในเชิงพาณิชย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีกำลังการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวด 68 ล้านชิ้นต่อปี ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2542 ได้เริ่มการผลิตฝาขวดโดยมีกำลังการผลิต 180 ล้านชิ้นต่อปี
2544: ขยายกำลังการผลิต บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด ขยายกำลังการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวดเป็น 71.50 ล้านชิ้นต่อปี ในเดือนพฤศจิกายน 2544 ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 68 ล้านชิ้นต่อปีเป็น 139.5 ล้านชิ้นต่อปี
2545: ความสำเร็จต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PET โพลีเมอร์ ในประเทศ และส่งออก รวมถึงการที่บริษัทมีฐานลูกค้าที่แน่นอน เป็นเหตุให้บริษัทขยายกำลังการผลิตจากเดิม 21,600 ตันต่อปี เป็น 36,000 ตันต่อปี
2546: ก้าวไปข้างหน้า การขยายการผลิตของพลาสติกขึ้นรูปขวด จากเดิม 139.5 ล้านชิ้น เป็น 244 ล้านชิ้น เนื่องจากบริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด เพิ่มกำลังการผลิตแบบพลาสติกขึ้นรูปขวด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เป็นเหตุให้กำลังการผลิตของบริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน) เพิ่มเป็น 90,000 ตันต่อปี
2547: ขยายเขตการค้า บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด เพิ่มกำลังการการผลิตฝาขวดจากเดิม 180 ล้านชิ้น เป็น 360 ล้านชิ้นต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการผลิตฝาขวดสำหรับขวดน้ำดื่ม เดือนกันยายน บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าควบรวมกิจการกับ บริษัท เอเซีย เพ็ท (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท สตาร์เพ็ท จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน) มีสถานะเป็น Holding & Operating Company ในธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติก PET โดยมีบริษัท เอเซีย เพ็ท (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท สตาร์เพ็ท จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทั้งจำนวน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทในตลาดเม็ดพลาสติก PET บริษัทได้ขยายฐานกำลังการผลิตไปยังทวีปยุโรป โดยได้เข้าควบรวมกิจการกับ บริษัท ยูเอบี โอเรียน โกบอล เพ็ท จำกัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงงานที่ประเทศลิธัวเนีย ในทวีปยุโรป ซึ่งจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 198,000 ตันต่อปี
2548: ความสำเร็จและการกำหนดแผนธุรกิจ - บริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส จำกัด (มหาชน) ได้เสนอขายหุ้นแก่ประชาชนโดยทั่วไปครั้งแรกจำนวน 320 ล้านหุ้น มีมูลค่าเท่ากับ 1,200 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม 2548 โดยได้รับการตอบรับเป็น
อย่างดีจากนักลงทุน โดยเปิดตัวครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2548 ในเดือนพฤษภาคม บริษัท สตาร์เพ็ท จำกัด ได้ขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก PET โพลีเมอร์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 36,000 ตัน ทำให้กำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 80,000 ตัน เป็น 116,000 ต่อปี
2549: ก้าวใหม่ในยุโรป เดือนตุลาคม 2549 บริษัทได้ดำเนินการขยายกำลังการผลิตผ่านโครงการริเริ่ม (Green Field Project) ในประเทศลิธัวเนีย โดยมีกำลังการผลิตที่ 198,000 ตันต่อปี โดยย่อยของอินโดรามา คือ บริษัท ยูเอบี โอเรียน โกลบอล เพ็ท จำกัด
บริษัท เพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แก่ ขวดน้ำพลาสติก PET พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวด (Preforms) และฝาปิดขวดพลาสติก ( Closures) โดยกำลังการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวดเพิ่มขึ้นจากเดิม 224 ล้านหน่วย เป็น 407 ล้านหน่วย และกำลังการผลิตฝาปิดขวดพลาสติกเพิ่มขึ้นจากเดิม 360 ล้านหน่วย เป็น 540 ล้านหน่วย และเพิ่มกำลังการผลิตขวดน้ำพลาสติกเป็น 180 ล้านหน่วย ซึ่งจะรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ทั้งเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและเพื่อส่งออก
นอกจากนี้ อินโดรามายังได้รับเลือกให้เป็นบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET 100 กล่าวคือ เป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ 100 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดของอินโดรามามีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
2550 : ขยายฐานการผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย StarPet Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินโครงการเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกขั้นกลาง และเม็ดพลาสติก PET เป็น 225,000 ตันต่อปี แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2550
อินโดรามาอยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก PET เป็น 180,000 ตันต่อปี ณ โรงงานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2550
เอเชีย เพ็ท ก็อยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกขั้นกลาง (Amorphous) เป็น 180,000 ตันต่อปี ณ โรงงานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งจะสอดคล้องกับกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก PET ของอินโดรามา โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2551
นอกจากนี้ เพ็ทฟอร์ม ก็อยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มกำลังการผลิตพลาสติกขึ้นรูปขวด ขวดน้ำพลาสติก และฝาปิดขวดพลาสติก ณ โรงงานที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรีเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอินโดรามาได้เข้าซื้อหุ้นในเพ็ทฟอร์มจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น จากเดิมร้อยละ 51 เป็นร้อยละ 60